โรมัน อบราโมวิช ชายผู้เข้ามาเปลี่ยนเชลซีจากทีมกลางตาราง สู่ทีมระดับแนวหน้าของยุโรป

จากสถานการณ์โลก ที่รัสเซีย เปิดฉากโจมตี ยูเครน เพราะอีกฝ่ายต้องการจะเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ทำให้ชื่อของ อบราโมวิช ถูกอังกฤษหมายหัวอีกครั้งและได้งัดกรณีนี้ขึ้นมาจ้องเล่นงานเพื่อเช็กบิล หลังจากที่ก่อนหน้านี้พยายามมาโดยตลอด เพราะก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เสี่ยหมี” นั้นมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ว่ากันว่านอกจากความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ซี้ปึ้กของทางเสี่ยหมีและปูตินแล้ว ยังมีเรื่องผลประโยชน์มหาศาลที่ทั้งสองเกี่ยวพันกันอยู่แน่นอนว่าในมุมของการบ้านการเมืองก็ว่ากันไป แต่ในมุมของกีฬานั้นรับรองว่าแฟนบอลเชลซีในอังกฤษหรือแม้กระทั่งแฟนเชลซีในประเทศไทยจะต้องคิดถึง โรมัน อบราโมวิช อย่างแน่นอน เพราะเสี่ยหมีคือคนที่รักเกมลูกหนังตั้งอกตั้งใจทำทีมอย่างแท้จริง รวมถึงเรื่องการบริหารก็ไม่เป็นสองรองใครไม่เหมือนนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่เข้ามากอบโกยเงินจากสโมสรและพอถึงเวลาได้กำไรก็พร้อมขายทิ้งทันที

ย้อนกลับไปกว่า 19 ปีที่แล้ว ที่เศรษฐีชาวรัสเซียนาม โรมัน อบราโมวิช หอบเงิน 140 ล้านปอนด์ (6,300 ล้านบาท) มาทำการเทคโอเวอร์สโมสรในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากวันนั้น อบราโมวิช ก็เปลี่ยนทีมกลางๆ ตาราง ให้เป็นทีมแนวหน้าของยุโรป โดยเชลซีสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2004/05 หรือแค่ฤดูกาลที่ 2 ที่เขาเข้ามาเป็นเจ้าของ โดยจ้างผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในเวลานั้นอย่าง โชเซ มูรินโญ เข้ามาคุมทีม ก่อนที่ทีมดังลอนดอนจะกลายเป็นมหาอำนาจของวงการ ผ่านบทพิสูจน์ในการยืนหยัดตลอดเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เชลซีของเขาคว้าแชมรายการใหญ่ได้มากถึง 23 รายการ ซึ่งมีแชมเปียนส์ลีก 2 สมัย รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพอีก 5 สมัย โดยแชมป์ล่าสุดคือรายการฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ หรือแชมป์สโมสรสไตล์การทำงานของโรมัน อบราโมวิช ชัดเจน  ไม่ได้มีแค่เงินอย่างเดียว  แต่ โรมัน อบราโมวิช มีวิสัยทัศน์ และตัดสินใจไวในการบริหารงานสโมสรเชลซี เมื่อไหร่ที่ผลงานของทีมไม่น่าเวิร์ก  ไม่เคยทนนานให้เสียเวลา ของแพงไม่ว่า แต่ขอให้ซื้อมาแล้วใช้ดี มันก็จะไม่แพงไปเอง โดย 19 ปีที่ผ่านมา เขาเปลี่ยนผู้จัดการทีม ไปแล้ว 15 คน โดยมีคนดังระดับ สุดยอดโค้ช อาทิ โจเซ่ มูรินโญ่ ,คาร์โล อันเชล็อตติ , อันโตนิโอ คอนเต้ และ โธมัส ทูเคิล ที่ได้เข้ามาร่วมงานบนถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ว่ากันว่าปัจจุบันมูลค่าทางการตลาดของทีมเชลซีอยู่ที่ 3,000 ล้านปอนด์ (135,000 ล้านบาท)

ล่าสุดสโมสรเชลซี แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสร ได้ประกาศขายทีม โดยได้ตั้งราคา 3,000 ล้านปอนด์ ซึ่ง อบราโมวิช ได้สั่งตัวแทนเร่งดำเนินการขายทีมแล้ว โดยตัวเขาได้สั่งการไปยัง เรน กรุ๊ป (Raine Group) ธนาคารของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดูแลเรื่องการขายสโมสรที่เขาเทคโอเวอร์มาตั้งแต่ปี 2003แม้ โรมัน อบราโมวิช หวังที่จะขายทีมให้กับมหาเศรษฐีชาวสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แต่ก็มีข่าวว่า อบราโมวิช ได้ติดต่อไปยัง ฮานส์ยอร์ก วีสส์ มหาเศรษฐีชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทาง ฮานส์ยอร์ก วีสส์ ยังคงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ขอเวลาในการพิจารณาข้อเสนอ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่ง อบราโมวิช ระบุไว้ในแถลงการณ์ยืนยันว่า รายได้ทั้งหมดจากการขายสโมสรเชลซี จะถูกนำไปบริจาคให้กับเหยื่อสงครามในยูเครนทุกคน โดย อับราโมวิช ถูกกระแสกดดันอย่างหนัก หลังจากที่มีประเด็นเรื่องของรัสเซียที่รุกรานยูเครน และมีข่าวว่า อบราโมวิช ให้การสนับสนุน วลาดีเมียร์ ปูติน ทำให้ทุกอย่างดูจะลำบากสำหรับ อับราโมวิช ในการอยู่ที่อังกฤษ หรือที่จะทำธุรกิจที่อังกฤษต่อไป ถือเป็นเรื่องที่แฟนเชลซีค่อนข้างที่จะช็อกทีเดียว

ว่ากันว่าตัวเต็งเจ้าของสโมสรเชลซีคนใหม่ จะเป็น 1 ใน 3 คนนี้ อันได้แก่ คนที่ 1 จิม แรตคลิฟฟ์ ถือเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักร จากการเป็นเจ้าของและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อิเนออส (Ineos) บริษัทเคมีภัณฑ์ข้ามชาติของอังกฤษ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในกรุงลอนดอน โดยข้อมูลเมื่อปี 2564 ระบุว่าเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และมีรายงานทรัพย์สินส่วนตัวสูงถึง 6,000 ล้านปอนด์ (270,000 ล้านบาท) อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่าเป็นสมาชิกผู้ถือตั๋วปีของเชลซีอยู่ด้วย ทั้งนี้ อิเนออส ภายใต้การบริหารของ จิม แรตคลิฟฟ์ ยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอีก 2 แห่ง คือ นีซ ทีมดังในลีกเอิง ฝรั่งเศส และ โลซาน สปอร์ต ทีมในลีกสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ แต่ จิม แรตคลิฟฟ์ ต้องเจอคู่แข่งอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ ฮันส์ยอร์ก วีสส์ มหาเศรษฐีจากสวิตเซอร์แลนด์ ออกมาอ้างว่าเขาได้รับข้อเสนอให้เข้ามาซื้อสโมสรเชลซี จาก โรมัน อบราโมวิช โดยตรง และกำลังหาทางก่อตั้งกลุ่มทุนร่วมกับ ท็อดด์ โบห์ลี เจ้าของร่วม แอลเอ ดอดเจอร์ส ทีมดังในเมเจอร์ลีก เบสบอล สหรัฐอเมริกา ขณะที่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ยอดนักกีฬาต่อสู้ MMA อดีตแชมป์โลกชาวไอร์แลนด์ ก็ออกมาประกาศตัวผ่านทางทวิตเตอร์ว่าสนใจเป็นเจ้าของทีมเชลซี ซึ่ง ฟอร์บส์ นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้จัดอันดับให้เขาเป็นนักกีฬาที่มีรายได้มากที่สุดในโลกประจำปี 2021 ด้วยตัวเลข 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (5,600 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการขึ้นอันดับ 1 ครั้งแรก โดยมีรายได้สูงกว่า ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด 2 สุดยอดนักฟุตบอลแห่งยุค