สื่อผู้ดีลือหึ่ง ว่าที่ผู้จัดการทีมแมนยูคนต่อไป ที่ไม่ใช่คนคุ้นเคยบนแผ่นดินอังกฤษ

โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ช เชลซี หลุดจากโผรายชื่อแคนดิเดตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คนใหม่แล้วเนื่องจากผู้บริหารมองว่า เอริค เทน ฮาก เทรนเนอร์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มีปูมหลังเหมาะสมมากู้ความยิ่งใหญ่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มากกว่า รายงานจาก ซัน สปอร์ต สื่อผู้ดีที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ว่า ความคืบหน้าการคัดเลือกเจ้านายใหญ่คนใหม่ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากรักษาการผู้จัดการทีม ราล์ฟ รังนิก เมื่อสิ้นฤดูกาล 2021-22 ซึ่งก่อนนี้ปรากฏชื่อ โธมัส ทูเคิ่ล โผล่มาด้วย  ล่าสุดชัดเจนแล้วว่ากุนซือชาวเยอรมัน ไม่อยู่ในแคนดิเดตพิจารณาของบอร์ดแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เนื่องจากเห็นว่าเป็นไปได้ยากภายใต้สถานการณ์ที่ สิงห์บลูส์เชลซี กำลังจะเปลี่ยนมือเจ้าของกิจการ บวกกับบุคลิกแข็งกร้าวของ โธมัส ทูเคิ่ล ประเภทยอมหักไม่ยอมงอ จึงยากที่จะลงรอยบอร์ดกับปีศาจแดงนั่นทำให้แคนดิเดตจะเหลือเพียง เอริค เทน ฮาก, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (เปแอสเช), เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) , อันโตนิโอ คอนเต้ (ท็อตนัม ฮอตสเปอร์) และ ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล (เซาธ์แฮมป์ตัน) หากพิจารณาจากรายชื่อแคนดิเดตกุนซือแต่ละรายข้างต้น และค่อยๆ ตัดออกทีละคนจะเห็นได้ว่า

1.เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (เปแอสเช) ไม่เคยพาทีมคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์เลยสักรายการ แถมฤดูกาลนี้ออกแนวเป๋ทั้งที่มีสตาร์ล้นทีม ซึ่งสามารถวัดกึ๋นความเป็นยอดกุนซือได้เป็นอย่างดี  หากมาคุมแมนยู คาดว่าน่าตะพาทีมตกม้าตายในสถานการณ์กดดัน

2.แบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) ฤดูกาลนี้พาเลสเตอร์เข้าป้ายได้แค่ระดับกลางๆ ตารางเท่านั้น แถมปัจจุบันเป็นผู้จัดการที่มีชื่ออยู่ในโผอัตราต่อรองที่จะถูกไล่ออกอีกต่างหาก ดังนั้นคาดว่าหากดึงมาคุมแมนยู บอร์ดบริหารคงโดนแฟนปีศาจแดงออกมาประท้วงอย่างแน่นอน

3.อันโตนิโอ คอนเต้ (ท็อตนัม ฮอตสเปอร์) เป็นผู้จัดการทีมที่มีรางวัลการันตีฝีมือทั้งในอังกฤษและอิตาลีมาแล้วอย่างมากมาย มีประสบการณ์ในการคุมทีมใหญ่และสามารถรับมือกับแรงกดดันได้อย่างสบาย แต่เป็นที่คาดว่าไก่เดือยทองไม่น่าจะปล่อย กุนซือชาวอิตาเลี่ยนฝีมือดีรายนี้ออกจากแคมป์ไก่เป็นแน่

4.ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล (เซาธ์แฮมป์ตัน) เป็นผู้จัดการทีมที่ทำทีมเล่นเกมส์รุกได้สนุกเร้าใจภายใต้งบประมาณจำกัด แต่ตรงที่ฮาเซนฮัทเทิ่ล ไม่เคยมีประสบการณ์กับการคุมทีมใหญ่มาก่อน หากมาคุมแมนยู ที่เป็นทีมใหญ่ที่มีองค์ประกอบแตกต่างจากเซาธ์แฮมป์ตัน คาดว่าต้องใช้เวลาปรับจูนพอสมควรในการพาปีศาจแดงให้ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น เมื่อกวาดตามองกับแคนดิเดตรายอื่นๆ แล้วสปอร์ตไลท์จึงฉายแสงไปหากุนซือดัตช์วัย 52 ปี เอริค เทน ฮาค อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุผล เป็นกุนซือที่ทำบอลเกมรุก สำหรับ เทน ฮาก บอลของเขาชัดเจนมาก เขาเป็นกุนซือที่ทำบอลบุกไปข้างหน้าอย่างเดียว ชนิดที่เรียกว่าหากนักเตะส่งบอลคืนหลังนี่แทบมีเคืองกันเลยทีเดียว และเป็นกุนซือที่ชอบให้ลูกทีมเล่นบอลเอ็นเตอร์เทนท์แฟนบอลด้วยการโหมเกมรุกใส่คู่ต่อสู้อย่างสุดมันส์ และที่สำคัญสืบทอดปรัชญาฟุตบอลเกมรุกสไตล์ โยฮัน ครัฟฟ์ มาทุกกระเบียดนิ้ว  เป็นกุนซือที่ปั้นนักเตะเยาวชน เอริค เทน ฮาก ถือเป็นโค้ชที่ให้โอกาสนักเตะเยาวชนของทีมเป็นอย่างมาก เน้นสร้าง ไม่เน้นซื้อ สำหรับนักเตะที่ผ่านมือของเทน ฮาก และโด่งดังขายได้กำไรมาก็ไม่น้อย อาทิ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ ออกไปอยู่กับยูเวนตุส ด้วยค่าตัวประมาณ 70 ล้านยูโร รวมไปถึง แฟรงกี้ เดอ ยอง กองกลางคนสำคัญที่ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เป็นที่ ซึ่งสไตล์นี้ก็จะเหมาะกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นสโมสรที่พร้อมผลักดันผู้เล่นเยาวชนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อยู่แล้ว เหมือนกับตอนที่เฟอร์กี้ดันผู้เล่นยุค คลาสออฟ 92 ขึ้นมาจนเป็นแกนหลักของทีม และเป็นตำนานในปัจจุบัน การันตี ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จะกลับมาเฉิดฉายแน่นอน เพราะว่า ดอนนี่ คือดาวรุ่งที่ เทน ฮาก รักเขาที่สุด เพราะเขาช่วยทีมไว้เยอะในตอนที่เล่นให้กับอาแจ็กซ์และมีส่วนสำคัญที่พา อาแจ็กซ์ เข้ารอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2019 ซึ่งดอนนี่ สามารถเล่นในแผงมิดฟิล์ด 4-3-3 ของ เทน ฮาก ได้อย่างสบายเลยทีเดียว อุปสรรคอย่างเดียวในการดึง เทน ฮาก จึงเป็นการอนุญาตจาก อาแจ็กซ์ ต้นสังกัดเพราะยังติดสัญญาอีก 1 ซีซั่น ทั้งนี้ก็คงมีการตกลงค่าชดเชยกันได้เพื่อที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถประกาศแต่งตั้งล่วงหน้าได้ตามแผนสิ้นเม.ย.นี้