แกเร็ธ เบล ตอบโต้สื่อสเปน ด้วยฟอร์มสุดมหัศจรรย์กับ 2 ลูกยิงสุดสวย นัดมังกรแดงเวลส์เปิดบ้านทุบออสเตรีย 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป รอบรองชนะเลิศ

แกเร็ธ เบล แข้งซูเปอร์สตาร์ทีมชาติเวลส์และอดีตนักเตะค่าตัว 100 ล้านยูโร จากการย้ายทีมจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไปยัง เรอัล มาดริด เมื่อปี 2013 ซึ่งถือเป็นนักเตะที่มีค่าตัวซื้อขายแพงที่สุดในโลกในยุคนั้น ออกโรงตอบโต้ มาร์ก้า สื่อของสเปน ที่บอกว่าตนเป็นเหมือนยุงที่มาสูบเลือดกับเงินของ เรอัล มาดริด โดยบอกว่ามันเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และสื่อรายนั้นควรจะละอายกับการกระทำของพวกเขาด้วย แกเร็ธ เบล ปีกคนดังและกัปตันทีมชาติเวลส์ ตอบโต้ มาร์ก้า สื่อชื่อดังของประเทศสเปนว่าทำตัวน่ารังเกียจสุดๆ หลังจากที่อีกฝ่ายตราหน้าตนว่าเป็นเหมือนยุงที่มาสูบเลือดของ เรอัล มาดริด ตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา แกเร็ธ เบล ไม่ได้เป็นกำลังหลักของ เรอัล มาดริด อีกต่อไป ทั้งจากการที่เจ้าตัวมักจะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายอยู่บ่อยๆ รวมถึงเวลาที่ได้ลงเล่นก็ทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม เวลาถึงโปรแกรมเกมทีมชาติแล้วนั้น เขามักจะมีสภาพร่างกายฟิตอยู่เสมอ และยังโชว์ฟอร์มได้ดีในระดับหนึ่งด้วย อย่างนัดล่าสุดก็เหมาคนเดียว 2 ประตูสุดสวย ช่วยให้ มังกรแดงเวลส์ เอาชนะ ออสเตรีย 2-1 ในเกม ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก รอบเพลย์ออฟ ของโซนยุโรปได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวทำให้แฟนบอลและสื่อของฝั่ง มาดริด ไม่พอใจในตัว เบล มานานเหมือนกัน เพราะเดิมทีพวกเขาตั้งความคาดหวังในตัว เบล เอาไว้สูงมาก ซึ่งก่อนหน้าจะถึงเกมที่ เวลส์ เอาชนะ ออสเตรีย ได้นั้น มาร์ก้า ถึงขั้นตราหน้าแข้งวัย 32 ปีเลยว่าเหมือนยุงที่มาสูบเลือดและเงินของ มาดริด แล้วไปเฮฮาอย่างสุดขีด โดยพวกเขาถึงขั้นตัดต่อรูป เบล ให้เป็นยุงที่สูบบางอย่างจากตราสโมสรของ มาดริด ด้วย

เบล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ชนะ ออสเตรีย ว่า ผมไม่จำเป็นต้องส่งข้อความอะไรทั้งนั้น มันเป็นการกระทำที่เสียเวลาไปเปล่าๆ สิ่งที่พวกเขาทำมันเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ และพวกเขาควรจะละอายกับการกระทำของตัวเอง รวมถึงย้ำว่าตนเองมีความเป็นมืออาชีพมากเพียงพอ รวมถึงได้ขอให้ทางสื่อสเปนและแฟนบอลมาดริด ที่จ้องด่าตนเอง ขอให้มองย้อนกลับไปว่า แกเร็ธ เบล เคยคว้าแชมป์มากมายกับราชันชุดขาว (ลาลีกา สเปน 2 สมัย, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1 สมัย, โกปาเดลเรย์ 1 สมัย และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย)  จะมีนักเตะสักกี่คนในโลกนี้ ที่คว้าแชมป์ระดับสโมสรมากมายเท่าเขา ดังนั้นเขาสมควรจะได้รับการให้เกียรติจากสื่อและแฟนบอลมากกว่านี้

ย้อนดูผลงานอันยิ่งใหญ่ของแกเร็ธ เบล สมัยเล่นให้กับไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดยในฤดูกาล 2011/12 เขายิงในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 10 ประตู ทว่าจุดพีคของ เบลกับสเปอร์ส เกิดขึ้นในปีต่อมา เมื่อเขาโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง จนดังเป็นพลุแตกในซีซั่น 2012/13 หลังซัดให้ทีมไปถึง 21 ประตู จากการลงเล่น 33 นัด ในศึกพรีเมียร์ลีก จนสามารถคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ปี 2011 ไปครองได้  หลังจากนั้น ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ไม่รอช้า จัดการกระชากตัว เบล ไปร่วมทัพในปี 2013 ด้วยค่าตัวราว 85.3 ล้านปอนด์ หรือ 100 ล้านยูโร ซึ่งกลายเป็นสถิติโลกในเวลานั้น ทำลายสถิติเดิมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่พวกเขาเคยทุ่มเงินซื้อมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่า 80 ล้านปอนด์ ในปี 2009

ด้วยค่าตัวระดับสถิติโลก ทำให้ เบล ถูกคาดหวังให้เข้ามาเป็นแข้งคนสำคัญของทีม ซึ่ง เบล ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เมื่อเขายังคงโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดี และมีส่วนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เบล ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ไปครองได้ถึง 4 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 5 ปี โดยเฉพาะแมตช์ที่น่าจะถูกจำจด และเป็นที่พูดถึงมากที่สุด ให้กับแฟนมาดริดมากที่สุด คือ นัดชิงชนะเลิศ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เรอัล มาดริด ปะทะกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยเกมนั้น เบล ถูกกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน ส่งลงสนามเป็นตัวสำรอง ก่อนที่เขาจะโชว์ลูกยิงสุดมหัศจรรย์ ด้วยการตีลังกาจักรยานอากาศฟาดบอล เข้าประตูไปอย่างหมดจด ตามด้วยลูกส่องไกลอีกหนึ่งประตู ช่วยให้ยอดทีมจากมาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกันได้สำเร็จ และกลายเป็นแชมป์สมัยที่ 13 ของสโมสร